แมนยูแพ้แอตเลติโก มาดริด 0-2 ในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ลีกเฟส นัดที่ 2 เช้ามืดวันพุธที่ 14 ตุลาคมตามเวลาไทย และพูดกันตรง ๆ: นี่คือความพ่ายแพ้ที่ชวนโมโห ตั้งแต่เกมผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที ยูไนเต็ดก็ปล่อยให้เจ้าบ้านขึ้นนำ แล้วใช้เวลาที่เหลือไล่ตามความผิดพลาดของตัวเอง ก่อนเลนี โยโรจะถูกไล่ออกและอเดโมลา ลุคแมนยิงปิดเกม
จะเถียงเรื่องใบแดงก็เถียงได้ แต่อย่าเอาใบแดงมาเป็นข้อแก้ตัวทั้งเกม เพราะตอนนั้นแมนยูตาม 0-1 อยู่แล้ว ความเสียหายเริ่มตั้งแต่ 47 วินาทีแรก ไม่ใช่นาทีที่ 74
47 วินาทีแรกก็โดน: แล้วเตรียมเกมรับมาแบบไหน?
อเล็กซ์ บาเอนาหาพื้นที่ทางขวา ก่อนจ่ายให้ปาโบล บาร์ริออสยิงเข้าไปในนาทีแรก จังหวะเดียวทำเอาแผนก่อนเกมพังทั้งแผ่น เกมเยือนทีมของดีเอโก ซิเมโอเน สิ่งพื้นฐานที่สุดคือต้องไม่ปล่อยให้เจ้าบ้านได้สกอร์นำง่าย ๆ แต่ยูไนเต็ดกลับทำตรงข้ามอย่างรวดเร็ว
ที่น่าเจ็บใจกว่านั้นคือในบทวิเคราะห์ก่อนเกมของเราก็เตือนเรื่องการยืนให้รอดช่วงต้นเกม และทายผลเสมอ 1-1 ไว้ ผลจริงตบหน้าคำทำนายเต็ม ๆ เมื่อทีมเสียประตูแทบจะทันที เราทายผิด และแมนยูก็เล่นผิดพลาดในจุดที่เห็นกันอยู่แล้วว่าจะเป็นปัญหา
เกมรับแบบนี้ไม่ใช่แค่ “เริ่มช้า” แต่มันทำให้ทั้งทีมต้องเล่นตามจังหวะที่แอตเลติโกต้องการ แทนที่จะบังคับให้คู่แข่งหาทางเจาะ ยูไนเต็ดกลับยื่นความได้เปรียบให้เขาตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งเกม

VAR ช่วยไว้ครั้งหนึ่ง แต่แมนยูช่วยตัวเองไม่ได้
ก่อนพักครึ่ง จอห์นนี การ์โดโซส่งบอลเข้าประตูอีกครั้ง แต่ VAR ตรวจพบว่า มาร์กอส ยอเรนเตทำแฮนด์บอลในจังหวะก่อนหน้า จึงยกเลิกประตูนั้น นั่นควรเป็นสัญญาณให้แมนยูตื่นเต็มตา เพราะสกอร์ 0-1 ยังเปิดทางกลับมาได้
โอกาสก็มี ไบรอัน เอ็มเบอโมได้ยิงจนยาน โอบลักต้องเซฟ บรูโน แฟร์นันด์สยิงชนคานในครึ่งหลัง ฉะนั้นจะบอกว่าทีมไม่ได้สร้างอะไรเลยก็ไม่จริง แต่ฟุตบอลไม่แจกแต้มให้ความพยายามที่เปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อปลายอีกด้านยังเปิดช่องให้คู่แข่งเล่นงานซ้ำ

ใบแดงโยโรมีข้อถกเถียง แต่ไม่ใช่ต้นเหตุทั้งหมด
นาที 74 โยโรถูกใบแดงหลัง VAR ให้ผู้ตัดสินไปดูจังหวะปะทะกับโจนาธาน เดวิด การตัดสินนี้มีคนมองว่าแรงเกินไป และแฟนแมนยูมีสิทธิ์ไม่พอใจ แต่ก่อนเหลือสิบคน ยูไนเต็ดก็ยังตามหลังอยู่แล้ว อีกห้านาทีต่อมา เซนเนอ ลัมเมนส์เซฟลูกยิงของเดวิดได้ ทว่าบอลกระดอนไปเข้าทางลุคแมนยิงเป็น 2-0
ถ้าเอาแต่พูดว่า “แพ้เพราะกรรมการ” เราจะมองข้ามความจริงที่น่าหงุดหงิดกว่า: ทีมเสียประตูง่ายตั้งแต่ต้น และเมื่อมีเวลามากพอจะเอาคืนก็ทำไม่ได้ ใบแดงทำให้งานยากขึ้นมาก แต่ไม่ได้ลบ 74 นาทีก่อนหน้านั้นทิ้ง
คาร์ริกและนักเตะต้องตอบด้วยฟอร์ม ไม่ใช่คำปลอบใจ
ไมเคิล คาร์ริกเปลี่ยนตัวจริงห้าตำแหน่งจากเกมเสมอสเปอร์ส 1-1 การปรับทีมไม่ใช่ความผิดในตัวมันเอง แต่หน้าที่ของโค้ชคือทำให้คนที่ลงสนามรู้ว่าจะรับมือสถานการณ์อย่างไรเมื่อแผนพังเร็วขนาดนี้ ส่วนหน้าที่ของนักเตะคือเล่นให้คมและนิ่งกว่านี้ในจังหวะสำคัญ จะโยนความผิดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างเดียวไม่ได้
ห้านัดหลังสุดรวมทุกรายการ แมนยูไม่ชนะเลย ตามข้อมูลฟอร์มจาก UEFA จากเกมแรกในแชมเปียนส์ลีกที่ชนะ Sabah 4-0 ตอนนี้ผ่านสองนัดยังมี 3 คะแนน ไม่ใช่จุดจบของเส้นทางยุโรป แต่เป็นสัญญาณดังมากว่าการชนะคู่แข่งนัดเปิดสนามไม่ได้แปลว่าทีมพร้อมสู้ทุกระดับ
แฟนบอลโกรธได้เต็มที่ เกมเยือนแอตเลติโกแพ้ได้ แต่การโดนนำตั้งแต่ 47 วินาทีแรก แล้วต้องมานั่งหวัง VAR กับโอกาสที่ยิงไม่เข้า มันโคตรน่าโมโห นัดต่อไปแมนยูต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเขาแก้ปัญหาได้จริง ตั้งแต่การยืนเกมรับจังหวะแรกไปจนถึงการจบสกอร์ เพราะคำว่า “เราจะกลับมา” ไม่มีราคาเลยถ้าภาพในสนามยังวนซ้ำแบบนี้
สรุปผล: แอตเลติโก มาดริด 2-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด — บาร์ริออส นาที 1, ลุคแมน นาที 79; โยโรถูกไล่ออกนาที 74
อ่านต่อ: บทวิเคราะห์ก่อนเกมที่เราทายผิด | แมนยูเสมอสเปอร์ส 1-1
FB : MUFC
