พอล สโคลส์ คือหนึ่งในสัญลักษณ์ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาเป็นสมาชิกคนสำคัญของกลุ่มนักเตะระดับตำนานที่เรียกว่า Class of ’92 ชายร่างเล็กผมสีแดงเพลิงคนนี้ไม่ได้โดดเด่นที่สรีระร่างกาย แต่เขาครองโลกฟุตบอลด้วยสติปัญญา ทักษะการจ่ายบอลที่แม่นยำราวจับวาง และลูกยิงไกลที่ทรงพลัง จนได้รับคำนิยามว่าเป็น มิดฟิลด์ที่นักฟุตบอลด้วยกันยังต้องกราบ

ประวัติและการเริ่มต้นกับ Class of ’92 พอล สโคลส์
เส้นทางของ พอล สโคลส์ เริ่มต้นขึ้นในฐานะนักเตะเยาวชนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเขาเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในปี 1993 สโคลส์เปิดตัวนัดแรกได้อย่างน่าทึ่งในเกมลีกคัพปี 1994 โดยการทำคนเดียว 2 ประตู แม้ในช่วงแรกเขาจะเริ่มเล่นในตำแหน่งกองหน้า แต่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้มองเห็นอัจฉริยภาพในการอ่านเกมและควบคุมจังหวะ จึงได้ถอยเขาลงมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างตำนานกองกลางที่สมบูรณ์แบบที่สุดคนหนึ่งเท่าที่โลกเคยมีมา
สโคลส์เป็นฟันเฟืองสำคัญที่พาปีศาจแดงคว้าแชมป์นับไม่ถ้วน โดยเฉพาะในฤดูกาล 1998-1999 ที่ทีมคว้า ทริปเปิลแชมป์ แม้เขาจะไม่ได้ลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกที่บาร์เซโลนาเนื่องจากติดโทษแบน แต่ความสำคัญของเขาตลอดทั้งฤดูกาลนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับ หลังจากนั้นเขาได้กลายเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของทีมมานานกว่าสองทศวรรษ โดยลงสนามให้สโมสรเพียงแห่งเดียวตลอดอาชีพการค้าแข้ง

จุดเด่น Paul Scholes
สิ่งที่ทำให้ Paul Scholes แตกต่างจากกองกลางคนอื่นคือ “ความสามารถในการมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น” เขามีทักษะการวางบอลยาวที่แม่นยำระดับเซนติเมตร และการจ่ายบอลสั้นที่รวดเร็วและชาญฉลาด จุดเด่นที่แฟนบอลจดจำไม่ลืมคือลูกยิงไกลจากแถวสองที่หนักแน่นและเฉียบคม รวมถึงการสอดขึ้นไปทำประตูในกรอบเขตโทษได้อย่างถูกที่ถูกเวลาเสมอ
ความยิ่งใหญ่ของสโคลส์ไม่ได้วัดกันแค่เพียงสถิติ แต่คือการได้รับคำชมจากยอดนักเตะระดับโลกอย่าง ซีเนดีน ซีดาน, ชาบี เอร์นานเดซ และ อันเดรีย ปีร์โล ที่ต่างยกย่องว่าสโคลส์คือต้นแบบของกองกลางที่พวกเขาใฝ่ฝันอยากจะเป็น เขาเป็นนักเตะที่เล่นฟุตบอลด้วยความเรียบง่ายแต่ทรงประสิทธิภาพสูงสุด และที่สำคัญคือความจงรักภักดีต่อสโมสรที่หาได้ยากยิ่งในฟุตบอลยุคปัจจุบัน

การแขวนสตั๊ดครั้งที่สองและเกียรติยศอมตะไอแดงเพลิง
ไอแดงเพลิง ฝากสถิติการลงสนามไปทั้งหมด 718 นัด ยิงได้ 155 ประตู คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 11 สมัย, เอฟเอ คัพ 3 สมัย และยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2 สมัย ความมหัศจรรย์ของเขาชัดเจนที่สุดเมื่อเขาประกาศแขวนสตั๊ดไปแล้วในปี 2011 แต่เนื่องจากทีมประสบปัญหากองกลางขาดแคลน เขาจึงตัดสินใจกลับมาสวมสตั๊ดอีกครั้งในเดือนมกราคม 2012 และยังคงโชว์ฟอร์มเทพช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 20 ได้สำเร็จก่อนจะอำลาสนามอย่างเป็นทางการในปี 2013
ทุกวันนี้ ยังคงเป็นที่รักและเคารพของแฟนบอลเร้ด เดวิลส์ ทั่วโลก ภาพของชายเบอร์ 18 ที่ยืนคุมเกมกลางสนามและวางบอลยาวข้ามฝั่งยังคงเป็นภาพที่สวยงามที่สุดภาพหนึ่งในความทรงจำของโอลด์ แทรฟฟอร์ด และชื่อของเขาจะถูกจารึกไว้ในฐานะ พระราชาในแดนกลาง ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตลอดไป

Instagram : @paulscholesaaa
