ประวัติ คริสเตียโน โรนัลโด จากดาวรุ่งเบอร์ 7 สู่ตำนานผู้ยิ่งใหญ่

ประวัติ คริสเตียโน โรนัลโด จากดาวรุ่งเบอร์ 7 สู่ตำนานผู้ยิ่งใหญ่

คริสเตียโน โรนัลโด กับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือเรื่องราวที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลในฐานะหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดตลอดกาล เขาไม่ได้เป็นเพียงนักฟุตบอลที่สวมเสื้อเบอร์ 7 ต่อจากตำนานอย่างเดวิด เบ็คแฮม เท่านั้น แต่เขายังเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความพยายามที่เปลี่ยนจากเด็กหนุ่มจอมสับขาหลอกให้กลายเป็นเครื่องจักรสังหารประตูระดับโลกที่พา “ปีศาจแดง” เถลิงอำนาจทั้งในอังกฤษและยุโรป


ยุคที่ 1 (2003–2009) การถือกำเนิดของ โรนัลโด

จุดเริ่มต้นของ คริสเตียโน โรนัลโด กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกิดขึ้นในปี 2003 เมื่อเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตัดสินใจดึงตัวเขามาจากสปอร์ติง ลิสบอน ด้วยค่าตัว 12.24 ล้านปอนด์ หลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มเผาเครื่องแนวรับยูไนเต็ดในเกมอุ่นเครื่อง โรนัลโดเปิดตัวนัดแรกกับโบลตันและสร้างความตื่นตาตื่นใจทันทีด้วยทักษะการเลี้ยงบอลที่รวดเร็ว แม้ในช่วงแรกจะถูกวิจารณ์เรื่องการเล่นที่เน้นโชว์มากเกินไป แต่ภายใต้การเคี่ยวกรำของเฟอร์กูสัน เขาได้พัฒนาความแข็งแกร่งทางร่างกายและประสิทธิภาพในการจบสกอร์อย่างก้าวกระโดด

ความสำเร็จสูงสุดในยุคแรกเกิดขึ้นในฤดูกาล 2007-2008 เมื่อโรนัลโดระเบิดฟอร์มยิงไปถึง 42 ประตูในทุกรายการ พาทีมคว้าดับเบิลแชมป์ทั้งพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ส่งผลให้เขาคว้ารางวัลบัลลงดอร์ (Ballon d’Or) สมัยแรกมาครองได้สำเร็จในสีเสื้อสีแดงเพลิง ก่อนจะอำลาทีมไปอยู่กับเรอัล มาดริดในปี 2009 ด้วยค่าตัวสถิติโลกในขณะนั้นทิ้งไว้ซึ่งสถิติลงสนาม 292 นัด ยิงไป 118 ประตู

ยุคที่ 2 (2021–2022) การกลับมาของ Cristiano Ronaldo

หลังจากไปสร้างตำนานที่สเปนและอิตาลี ในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 Cristiano Ronaldo ได้สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ด้วยการย้ายกลับมายังโอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกครั้งภายใต้สโลแกน “He’s Coming Home” การกลับมานัดแรกของเขาต่อหน้าแฟนบอลเต็มความจุสนาม เขาทำได้ 2 ประตูทันทีในเกมพบกับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด พิสูจน์ให้เห็นว่าในวัย 36 ปี เขายังคงเป็นเพชฌฆาตที่ไว้ใจได้เสมอ แม้ผลงานโดยรวมของสโมสรในยุคนั้นจะไม่สู้ดีนัก แต่โรนัลโดก็ยังครองตำแหน่งดาวซัลโวของทีมในฤดูกาล 2021-2022 ด้วยการยิงไป 24 ประตูในทุกรายการ

อย่างไรก็ตาม ยุคที่สองของเขาจบลงไม่สวยงามนัก หลังจากมีความขัดแย้งกับผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง เอริก เทน ฮาก รวมถึงบทสัมภาษณ์สะเทือนวงการกับเพียร์ส มอร์แกน ที่วิพากษ์วิจารณ์สโมสรอย่างรุนแรง นำไปสู่การยกเลิกสัญญาด้วยความเห็นชอบของทั้งสองฝ่ายในเดือนพฤศจิกายน 2022 ปิดฉากการเดินทางครั้งที่สองกับยูไนเต็ดไปอย่างน่าเสียดาย แต่ถึงกระนั้นภาพจำของเขาในฐานะผู้เล่นที่เก่งที่สุดคนหนึ่งที่เคยสวมเสื้อแมนยูยังคงตราตรึงใจแฟนบอลเสมอ

บทสรุปและความยิ่งใหญ่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด โรนัลโดแมนยู

โรนัลโดแมนยู ฝากผลงานรวมทั้งหมดจากการอยู่กับทีมทั้งสองช่วงคือ ลงสนาม 346 นัด ยิงได้ 145 ประตู คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย, ลีก คัพ 2 สมัย และยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย เขาคือแรงบันดาลใจให้นักเตะรุ่นหลังในเรื่องของวินัยการฝึกซ้อมและการไม่ยอมแพ้ต่อขีดจำกัดของอายุ

สำหรับแฟนปีศาจแดง โรนัลโดคือตำนานที่สร้างสีสันและเกียรติยศให้กับสโมสรอย่างมหาศาล แม้การอำลาครั้งล่าสุดจะเต็มไปด้วยข้อถกเถียง แต่เมื่อมองย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เขาทำให้กับทีมตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Cristiano Ronaldo คือหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยวิ่งบนผืนหญ้าโอลด์ แทรฟฟอร์ด และชื่อของเขาจะถูกระลึกถึงในฐานะ “เบอร์ 7 ระดับโลก” ตลอดไป

Instagram : @cristiano
Facebook : Cristiano Ronaldo

บทความนี้มีประโยชน์แค่ไหน?

คลิกดาวเพื่อให้คะแนนบทความนี้

คะแนนเฉลี่ย 0 / 5. จำนวนโหวต: 0

ยังไม่มีคะแนน เป็นคนแรกที่ให้คะแนนบทความนี้