เดวิด เบคแคม ถ้าจะพูดถึงไอคอนตลอดกาลของโอลด์ แทรฟฟอร์ด ที่หล่อเท่ระเบิดทั้งในและนอกสนาม ต้องยกให้ชายคนนี้ เท่านั้น ยิ่งช่วงที่เขาค้าแข้งอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บอกเลยว่าคือยุคทองที่ทำให้โลกฟุตบอลต้องสั่นสะเทือน ด้วยทักษะการวางบอลที่แม่นราวจับวางและลูกยิงฟรีคิกไซด์โค้งที่เป็นเอกลักษณ์ จนเกิดวลีเด็ด Bend It Like Beckham ที่โด่งดังไปทั่วโลก

ประวัติส่วนตัว
เดวิด เบคแคม เริ่มต้นจากการเป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊ง “Class of ’92” อันโด่งดัง เขาเป็นเด็กปั้นขนานแท้ของสโมสรที่ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักภายใต้การคุมทีมของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เบ็คแฮมเปิดตัวให้โลกจำด้วยลูกยิงครึ่งสนามนัดเจอวิมเบิลดันในปี 1996 ซึ่งช็อตนั้นทำให้เขากลายเป็นซุปตาร์ชั่วข้ามคืน ตลอดเวลาที่สวมยูนิฟอร์มปีศาจแดง เขาคือฟันเฟืองสำคัญที่พาทีมคว้าแชมป์นับไม่ถ้วน โดยเฉพาะในปี 1999 ที่พายูไนเต็ดเถลิงบัลลังก์ทริปเปิลแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเขานี่แหละคือคนเตะมุมในนัดชิง UCL จนเกิดการพลิกนรกคว้าแชมป์ในตำนาน

จุดเด่น เบ็คแฮม
สิ่งที่ทำให้ เบ็คแฮม แตกต่างและโดดเด่นคือ ขวาตายซ้ายสลบ โดยเฉพาะเท้าขวาที่ฉมังสุดๆ เขาคือเจ้าพ่อลูกนิ่งที่มีทักษะการปั่นฟรีคิกข้ามกำแพงเข้าประตูไปแบบสวยกริบ จุดเด่นที่แฟนแมนยูจำฝังใจคือการครอสบอลจากริมเส้นฝั่งขวาที่โค้งไปเข้าหัวกองหน้าได้เป๊ะระดับเซนติเมตร นอกจากเรื่องฝีเท้าแล้ว ทรงผม และภาพลักษณ์ของเขยังเป็นผู้นำแฟชั่นในยุคนั้น ไม่ว่าเบ็คแฮมจะตัดผมทรงไหน แฟนบอลทั่วโลกต้องตัดตามกันทั้งบ้านทั้งเมือง เรียกว่าเป็นนักฟุตบอลคนแรกๆ ที่ยกระดับตัวเองจนกลายเป็นเซเลบริตี้ระดับโลกอย่างแท้จริง

ผลงาน
David Beckham แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฝากผลงานสุดจึ้งไว้ด้วยการลงสนามไปถึง 394 นัด ยิงไป 85 ประตู พร้อมทำแอสซิสต์อีกนับไม่ถ้วน ตลอด 11 ฤดูกาลในโอลด์ แทรฟฟอร์ด เขาพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปถึง 6 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย และยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก อีก 1 สมัย แม้สุดท้ายจะย้ายไปหาความท้าทายใหม่ในปี 2003 แต่ชื่อของเบ็คแฮมและเบอร์ 7 ในตำนานของเขาก็ยังคงถูกจารึกว่าเป็นหนึ่งในปีกขวาที่ดีที่สุดเท่าที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยมีมา ใครที่อยากย้อนดูความเท่สมัยหนุ่มๆ ของเขา แนะนำว่าต้องไปกดติดตาม ไว้เลย รับรองว่าคลาสสิกแน่นอน

instagram : davidbeckhamm
