แมนยูทำแสบ นำก่อน โดนไล่ทัน แล้วซัดฝังลิเวอร์พูลแบบเจ็บจี๊ด

แมนยูทำแสบ นำก่อน โดนไล่ทัน แล้วซัดฝังลิเวอร์พูลแบบเจ็บจี๊ด

เกมนี้แมนยูเปิดหัวแบบโคตรดุ นำเร็ว 2-0 จาก มาเธอุส คุนญ่า นาที 6 และ เบนจามิน เซสโก้ นาที 14 ทำให้ลิเวอร์พูลเสียทรงตั้งแต่ต้นเกม แต่ครึ่งหลังแมนยูเกือบทำตัวเองพัง เมื่อโดนตีเสมอจาก โดมินิก โซบอสไล นาที 47 และ โคดี้ กัคโป นาที 56 ก่อนที่ ค็อบบี้ ไมนู จะซัดประตูชัยนาที 77 พาแมนยูชนะ 3-2 พร้อมการันตีตั๋วกลับไปเล่นแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้า จุดที่น่าสนใจคือ แมนยูครองบอลแค่ 38% ส่วนลิเวอร์พูลครองบอล 62% แต่แมนยูมี xG สูงกว่า 2.14 ต่อ 0.89, ยิงมากกว่า 18 ต่อ 13 ครั้ง และมีโอกาสใหญ่กว่า 3 ต่อ 1 แปลชัด ๆ ว่าเกมนี้แมนยูไม่ได้ชนะเพราะครองบอลเหนือกว่า แต่ชนะเพราะ “เข้าทำมีคุณภาพกว่า” และเล่นเกมสวนกลับได้คมกว่า

ภาพรวมเกม

ครึ่งแรกแมนยูเล่นเหมือนทีมที่มีกระดูกแดงเดือดอยู่ในตัว ไล่บีบเร็ว กล้าขึ้นเกม และใช้พื้นที่ด้านข้างได้ดี โดยเฉพาะฝั่งซ้ายที่มี ลุค ชอว์ + คุนญ่า คอยสร้างปัญหา ส่วนตรงกลาง ไมนู เป็นตัวเชื่อมเกมที่นิ่งมาก เล่นไม่ลน และคอยพาบอลออกจากเพรสซิ่งได้ดี แต่ครึ่งหลังคือช่วงที่แมนยูเกือบหลุดเอง การเสียบอลของ อาหมัด ดิยัลโล่ ทำให้ลิเวอร์พูลได้ประตูแรกทันที ส่วนประตูตีเสมอเกิดจากความผิดพลาดของ เซนเน่ ลัมเมนส์ ที่จ่ายบอลพลาดจนโดนลงโทษ จุดนี้ทำให้เกมจากที่ควรคุมได้ กลายเป็นต้องกลับมาแบกความกดดันเต็ม ๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าชื่นชมคือแมนยูไม่ยุบ หลังโดนตีเสมอ 2-2 ยังกลับมาตั้งหลักได้ และไมนูก็เป็นคนปิดบัญชีด้วยลูกยิงนิ่ง ๆ หน้ากรอบเขตโทษ เป็นประตูที่บอกเลยว่า เด็กคนนี้มีของจริง

จุดเปลี่ยนสำคัญของเกม

  • 1. ยิงเร็ว ทำให้ลิเวอร์พูลเสียแผน
    การนำ 2-0 ตั้งแต่ 14 นาทีแรก ทำให้แมนยูเล่นง่ายขึ้นเยอะ ส่วนลิเวอร์พูลต้องรีบเปิดเกมบุกและมีช่องให้แมนยูสวนกลับ
  • 2. ความผิดพลาดส่วนตัวทำให้เกมกลับมาเดือด
    ถ้าไม่มีจังหวะเสียบอลของอาหมัดและลัมเมนส์ เกมนี้แมนยูอาจปิดงานง่ายกว่านี้มาก แต่ฟุตบอลระดับแดงเดือด พลาดครั้งเดียวโดนลงโทษทันที
  • 3. ไมนูคือคนที่เปลี่ยนเกมจากนรกกลับสวรรค์
    หลังโดนตีเสมอ โมเมนตัมไปอยู่ฝั่งลิเวอร์พูลเกือบหมด แต่ประตูของไมนูทำให้แมนยูกลับมาคุมอารมณ์เกมได้อีกครั้ง

😈 ตัดเกรดนักเตะแมนยู

11 ตัวจริง คะแนน ฟอร์มการเล่น
เซนเน่ ลัมเมนส์      5 มีเซฟสำคัญ แต่พลาดหนักในจังหวะเสียประตูตีเสมอ ทำให้คะแนนตกเยอะ
ดีโอโก้ ดาโลต์    6.5 ขยัน เติมเกมได้ มีจังหวะพาบอลขึ้นสวย ๆ แต่เกมรับยังมีบางช่วงที่โดนกด
แฮร์รี่ แม็กไกวร์      6 มีบล็อกสำคัญ แต่จังหวะถอยปล่อยโซบอสไลลากยิงยังน่าตำหนิ
เอย์เดน เฮเว่น      7 เล่นนิ่งเกินวัย ไม่กลัวบรรยากาศแดงเดือด อ่านเกมดี
ลุค ชอว์    7.5 เติมเกมซ้ายดีมาก มีส่วนกับประตูของเซสโก้ และช่วยเกมรุกต่อเนื่อง
คาเซมิโร่    6.5 ช่วยชนกลางสนามได้ดี มีจังหวะเติมไปลุ้นประตู แต่บางช่วงโดนลิเวอร์พูลเร่งจังหวะใส่
ค็อบบี้ ไมนู     9 แมนออฟเดอะแมตช์ เล่นนิ่ง คุมจังหวะดี และยิงประตูชัยสุดเยือกเย็น
ไบรอัน เอ็มเบอโม่     6 มีส่วนกับเกมรุกช่วงต้น เล่นวูบวาบ แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอ
บรูโน่ แฟร์นันด์ส    7.5 เป็นศูนย์กลางเกมรุก มีส่วนกับประตูที่สอง สร้างโอกาสได้ตลอด
มาเธอุส คุนญ่า     8 ยิงเปิดหัวเร็ว เล่นมั่นใจ เก็บบอลและพาบอลขึ้นหน้าได้ดีมาก
เบนจามิน เซสโก้    7.5 มีความมุ่งมั่นในประตูที่สอง ทำงานหนักก่อนถูกเปลี่ยนออกช่วงพักครึ่ง
🔁 ตัวสำรอง (Substitute)
อาหมัด ดิยัลโล่      4 จ่ายพลาดจนเสียประตูแรก แต่ยังมีส่วนเล็ก ๆ ในจังหวะประตูชัยจากการโหม่งชง
แพทริค ดอร์กู      6 ลงมาเพิ่มพลังริมเส้นซ้าย มีจังหวะพาบอลขึ้นหน้าได้น่าสนใจ
โจชัว เซิร์กซี     5.5 เวลาน้อย แต่ช่วยเก็บบอลช่วงท้ายได้บ้าง
เลนี่ โยโร่     5.5 ลงมาช่วงท้ายเพื่อแพ็กเกมรับ ไม่มีจังหวะเด่นมาก

แมนออฟเดอะแมตช์ ค็อบบี้ ไมนู

เกมนี้ต้องให้ ค็อบบี้ ไมนู แบบไม่ต้องคิดเยอะ เพราะไม่ใช่แค่ยิงประตูชัย แต่ทั้งเกมเขาเล่นด้วยความนิ่ง มีความกล้าในจังหวะรับบอล และเป็นคนที่ทำให้แดนกลางแมนยูไม่แตกง่ายเกินไป พอทีมกำลังโดนลิเวอร์พูลกดดันหนัก เขากลับเป็นคนซัดประตูตัดสินเกม แบบนี้คือคาแรกเตอร์นักเตะใหญ่ชัด ๆ

FB : MUFC
ข่าวสารอัพเดท 

บทความนี้มีประโยชน์แค่ไหน?

คลิกดาวเพื่อให้คะแนนบทความนี้

คะแนนเฉลี่ย 5 / 5. จำนวนโหวต: 1

ยังไม่มีคะแนน เป็นคนแรกที่ให้คะแนนบทความนี้