แมนยูจ่อแต่งตั้งแคร์ริคถาวร ดีล 2 ปีคืบหน้า รอเคลียร์ทีมงาน

แมนยูจ่อแต่งตั้งแคร์ริคถาวร ดีล 2 ปีคืบหน้า รอเคลียร์ทีมงาน

แมนยูจ่อแต่งตั้งแคร์ริคถาวร ใกล้ได้รับโอกาสคุม แมนยู แบบถาวรเต็มที หลังสื่อต่างประเทศรายงานตรงกันว่า ดีลระหว่างสโมสรกับ ไมเคิล แคร์ริค เดินหน้าไปมากแล้ว โดยโครงสร้างสัญญาหลักเป็นระยะเวลา 2 ปี พร้อมออปชั่นขยายเพิ่มอีก 1 ปี หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน

ประเด็นนี้กลายเป็นข่าวบริหารทีมที่แฟนปีศาจแดงจับตาสูงมาก เพราะหลังจาก แคร์ริค เข้ามารับงานแบบชั่วคราว ทีมกลับมามีทรงชัดขึ้น ผลงานดีขึ้น และที่สำคัญคือพา แมนยู คว้าตั๋วกลับไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ

ดีล 2 ปีคืบหน้า เหลือรายละเอียดทีมงาน

Sky Sports รายงานว่า แคร์ริคตกลงดีล 2 ปีเพื่ออยู่ต่อในฐานะเฮดโค้ชถาวรของ แมนยู แล้ว โดยสัญญามีออปชั่นขยายเพิ่มอีก 12 เดือน ซึ่งอาจทำให้เขาอยู่คุมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดไปจนถึงปี 2029 หากสโมสรเลือกใช้ออปชั่นดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม รายงานจากหลายแหล่งระบุว่าการประกาศอย่างเป็นทางการยังต้องรอการเคลียร์รายละเอียดขั้นสุดท้าย โดยเฉพาะเรื่องทีมงานเบื้องหลังของ แคร์ริค ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญมาก เพราะ แมนยู ต้องการให้โครงสร้างสตาฟฟ์พร้อมสำหรับฤดูกาลหน้าที่โปรแกรมจะหนักขึ้นจากการกลับไปเล่นฟุตบอลยุโรป

The Guardian ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า แมนยูใกล้ยืนยันให้ แคร์ริค เป็นเฮดโค้ชถาวร หลังสโมสรพอใจกับผลงานช่วงคุมทีมชั่วคราว โดยดีลดังกล่าวเป็นสัญญา 2 ปี พร้อมออปชั่นเพิ่มอีก 1 ปี

บอร์ดแมนยูเชื่อว่าแคร์ริคเหมาะกับโปรเจกต์นี้

จุดที่ทำให้ข่าวนี้น่าสนใจไม่ใช่แค่เรื่องสัญญา แต่คือสัญญาณจากฝ่ายบริหารของ แมนยู โดย Sky รายงานว่า เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอล และ โอมาร์ เบร์ราดา ซีอีโอของสโมสร มองว่า แคร์ริค คือคนที่เหมาะสมในการพาทีมเดินหน้าต่อ

เหตุผลสำคัญคือผลงานในสนาม เข้ามาแล้วทีมดีขึ้นทันตา เหนือกว่านั้นคือความสัมพันธ์กับนักเตะ ความเข้าใจวัฒนธรรมของสโมสร และความสามารถในการคุมสถานการณ์ภายใต้แรงกดดัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ แมนยู ขาดหายไปหลายช่วงในช่วงหลังยุคเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

แคร์ริคอาจไม่ได้เป็นชื่อใหญ่แบบกุนซือระดับแชมป์ยุโรป แต่สิ่งที่เขาทำให้บอร์ดเห็นคือการเปลี่ยนทีมที่กำลังแกว่งให้กลับมามีทิศทาง และทำให้ห้องแต่งตัวเชื่อในแผนงานอีกครั้ง

ผลงานในสนามคือเหตุผลที่ดีลเดินหน้า

จากรายงานของ Sky ช่วงที่ แคร์ริค คุมทีม เขาพา แมนยู เก็บชัยชนะสำคัญเหนือทีมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล และ เชลซี รวมถึงพาทีมการันตีพื้นที่ Champions League ซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่ของสโมสรในฤดูกาลนี้

หลังเกมชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 3-2 Reuters รายงานว่า แคร์ริคยังไม่ขอพูดชัดเรื่องอนาคต แต่ยอมรับว่าจะมีความชัดเจนในอีกไม่กี่วัน พร้อมย้ำว่าเป้าหมายหลักในวันนั้นคือการพาทีมจบฤดูกาลในบ้านด้วยผลการแข่งขันที่ดี

ชัยชนะนัดดังกล่าวยังทำให้ แมนยู จบอันดับ 3 ของพรีเมียร์ลีก และเป็นเหมือนภาพสรุปว่าทำไมบอร์ดถึงเลือกเดินหน้ากับ แคร์ริค แทนการเริ่มต้นใหม่กับกุนซือคนอื่น

ความท้าทายต่อไปใหญ่กว่าเดิม

แม้แฟนบอลจำนวนมากเริ่มเชื่อใน แคร์ริค แต่โจทย์ฤดูกาลหน้าจะยากกว่าช่วงคุมทีมชั่วคราวแน่นอน เพราะ แมนยู ต้องเล่นทั้งพรีเมียร์ลีก, แชมเปี้ยนส์ ลีก และบอลถ้วยในประเทศ นั่นหมายถึงจำนวนเกมที่มากขึ้น ความคาดหวังที่สูงขึ้น และแรงกดดันที่ต่างจากเดิม

แกรี่ เนวิลล์ เคยเตือนผ่าน Sky ว่า แคร์ริคทำให้แฟนบอลรู้สึกอุ่นใจได้ แต่บททดสอบจริงจะมาในฤดูกาลหน้า เมื่อทีมต้องรับมือโปรแกรม 55-60 นัด พร้อมมาตรฐานที่สโมสรใหญ่อย่าง แมนยู ต้องแบกไว้ตลอดเวลา

ดังนั้น หากดีลนี้ถูกประกาศจริง สิ่งที่แฟนบอลจะจับตาต่อทันทีคือบอร์ดจะสนับสนุน แคร์ริค ในตลาดซัมเมอร์มากแค่ไหน โดยเฉพาะตำแหน่งแดนกลาง กองหน้า และโครงสร้างทีมงานที่จะช่วยให้เขารับมือเกมระดับสูงได้ดีขึ้น

สัญญาณของความต่อเนื่องที่แมนยูต้องการ

สำหรับ แมนยู การให้ แคร์ริค คุมถาวรอาจไม่ใช่ดีลที่หวือหวาที่สุด แต่เป็นดีลที่สะท้อนความต้องการเรื่องความต่อเนื่อง หลังหลายปีที่สโมสรเปลี่ยนทิศทางบ่อยและเสียเวลาไปกับการเริ่มนับหนึ่งใหม่หลายครั้ง

ถ้าดีล 2 ปีพร้อมออปชั่นเพิ่มอีกปีถูกประกาศอย่างเป็นทางการ นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของโปรเจกต์ใหม่ที่มีทั้งความหวังและความเสี่ยงอยู่ในตัว แฟนแมนยูคงรู้ดีว่า แคร์ริคเข้าใจสโมสรแค่ไหน แต่คำถามใหญ่คือเขาจะพาทีมจากจุด “กลับมาอยู่ในเส้นทาง” ไปสู่จุด “ลุ้นแชมป์จริงจัง” ได้หรือไม่

และนี่คือเหตุผลที่ข่าวนี้น่าติดตามมาก เพราะมันไม่ใช่แค่การต่อสัญญากุนซือคนหนึ่ง แต่มันอาจเป็นการตัดสินใจที่กำหนดทิศทาง แมนยู ในอีกหลายปีข้างหน้า

FB : MUFC

อ่านข่าวโดยตรง www.mufchubs.com

บทความนี้มีประโยชน์แค่ไหน?

คลิกดาวเพื่อให้คะแนนบทความนี้

คะแนนเฉลี่ย 0 / 5. จำนวนโหวต: 0

ยังไม่มีคะแนน เป็นคนแรกที่ให้คะแนนบทความนี้