
เดนิส เออร์วิน คือชื่อที่มักถูกพูดถึงเป็นคนท้าย ๆ เวลาแฟนบอลไล่เรียงตำนานแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยุค 90 ทั้งที่ถ้าวัดกันด้วยจำนวนถ้วยแชมป์และจำนวนนัดที่ลงสนาม เขายืนอยู่แถวหน้าของสโมสรแทบทุกมาตรวัด ชายชาวไอริชคนนี้อยู่กับโอลด์แทรฟฟอร์ด 12 ปีเต็ม ลงเล่น 529 นัด คว้าแชมป์ใหญ่ 14 รายการ และไม่เคยตกเป็นข่าวนอกสนามแม้แต่ครั้งเดียว บทความนี้ MUFCHUBS จะพาย้อนดูว่าทำไมเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันถึงยกให้เขาเป็นดีลที่คุ้มที่สุดเท่าที่เคยทำมา
จากเด็กถูกปล่อยตัว สู่แบ็กที่เฟอร์กูสันตามล่า
เดนิส เออร์วิน ชื่อเต็ม Joseph Denis Irwin เกิดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 1965 ที่เมืองคอร์ก ประเทศไอร์แลนด์ เส้นทางของเขาไม่ได้เริ่มต้นแบบดาวรุ่งพรสวรรค์ที่ทุกทีมแย่งกัน ตรงกันข้าม เขาเคยถูกมองว่าไม่ดีพอมาก่อน
- ลีดส์ ยูไนเต็ด (1983-1986): เซ็นสัญญาเป็นเด็กฝึก ลงเล่นลีก 72 นัด ก่อนถูกปล่อยตัวออกจากทีมแบบไม่มีค่าตัว
- โอลด์แฮม แอธเลติก (1986-1990): ย้ายมาแบบฟรีเอเยนต์ ลงเล่น 167 นัด และกลายเป็นตัวหลักของทีม
- จุดเปลี่ยน: ฤดูกาล 1989/90 โอลด์แฮมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ เจอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเข้าชิงลีก คัพ ผลงานในเกมเหล่านั้นทำให้เฟอร์กูสันจดชื่อเขาเอาไว้
หลังจบฤดูกาลนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจ่ายเงินเพียง 650,000 ปอนด์ดึงตัวเขามาร่วมทีมในปี 1990 ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นราคาระดับกลาง ๆ สำหรับแบ็กจากทีมนอกลีกสูงสุด ไม่มีใครคาดคิดว่านี่จะกลายเป็นหนึ่งในการซื้อขายที่คุ้มค่าที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

650,000 ปอนด์ ดีลที่คุ้มที่สุดในยุคเฟอร์กูสัน
เฟอร์กูสันเคยให้ความเห็นว่าถ้าเทียบกันแบบปอนด์ต่อปอนด์แล้ว เออร์วินคือการเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยทำมา ซึ่งเป็นคำชมที่หนักมากเมื่อนึกว่าเฟอร์กูสันเคยเซ็นทั้งคันโตนา, ชไมเคิล, คีน และโรนัลโด ลองมาดูตัวเลขกันว่าคำพูดนั้นมีน้ำหนักแค่ไหน
- ค่าตัวต่อหนึ่งนัด: 650,000 ปอนด์ หารด้วย 529 นัด เท่ากับราว 1,229 ปอนด์ต่อการลงสนามหนึ่งครั้ง
- ค่าตัวต่อหนึ่งถ้วยแชมป์: หารด้วยแชมป์ใหญ่ 14 รายการ เท่ากับราว 46,400 ปอนด์ต่อหนึ่งถ้วย
- ระยะเวลาคืนทุน: เออร์วินอยู่กับสโมสร 12 ฤดูกาล เฉลี่ยแล้วสโมสรจ่ายค่าตัวเขาปีละไม่ถึง 55,000 ปอนด์
ตัวเลขชุดนี้อธิบายได้ดีกว่าคำบรรยายใด ๆ ว่าทำไมเฟอร์กูสันถึงพูดแบบนั้น ในยุคที่สโมสรใหญ่ทุ่มเงินมหาศาลกับแบ็กระดับท็อป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้แบ็กที่เล่นระดับสูงสม่ำเสมอเป็นเวลา 12 ปี ด้วยเงินที่ปัจจุบันซื้อนักเตะสำรองยังไม่ได้

สองเท้าเท่ากัน จุดเด่นที่หาไม่ได้อีกแล้ว
สิ่งที่ทำให้เออร์วินพิเศษกว่าฟูลแบ็กทั่วไปคือเขาใช้เท้าซ้ายและเท้าขวาได้ดีพอกัน ทำให้เฟอร์กูสันสลับเขาไปเล่นแบ็กซ้ายหรือแบ็กขวาก็ได้โดยคุณภาพไม่ตกเลย นี่คือสิ่งที่แม้แต่ในฟุตบอลยุคปัจจุบันก็ยังหาได้ยากมาก
- ลูกนิ่ง: เขาเป็นผู้เล่นตำแหน่งแบ็กที่รับหน้าที่ยิงฟรีคิกและจุดโทษให้ทีม ซึ่งแทบไม่มีแบ็กคนไหนได้รับความไว้วางใจขนาดนั้น
- การเปิดบอล: ครอสได้แม่นยำจากทั้งสองฝั่ง เป็นต้นทางของประตูจำนวนมากในยุคที่แมนยูเล่นเกมริมเส้นหนัก
- ความสม่ำเสมอ: แม้อายุเข้าวัยสามสิบกลาง ๆ เขายังเป็นแบ็กซ้ายตัวเลือกแรกเหนือกว่าฟิล เนวิลล์ที่อายุน้อยกว่าเกือบสิบปี
ความเงียบของเขาคือเอกลักษณ์ เออร์วินแทบไม่เคยมีจังหวะที่กลายเป็นไฮไลต์ให้คนพูดถึงข้ามคืน แต่ก็แทบไม่เคยมีจังหวะที่ทำให้ทีมเสียประตูเช่นกัน เขาคือนิยามของนักเตะที่โค้ชอยากได้ แต่สื่ออาจไม่อยากเขียนถึง

1999 ปีที่เจ็บที่สุดของนักเตะเทรเบิลแชมป์
เรื่องที่แฟนบอลรุ่นใหม่มักไม่รู้คือ ในฤดูกาล 1998/99 ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าเทรเบิลแชมป์อันเป็นตำนาน เดนิส เออร์วินกลับไม่ได้ลงเล่นครบทั้งสามนัดชิง
วันที่ 5 พฤษภาคม 1999 ในเกมพรีเมียร์ลีกพบลิเวอร์พูล เออร์วินรับใบเหลืองใบที่สองและถูกไล่ออกจากสนาม ผลคือเขาถูกแบนและพลาดนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ โดยมีฟิล เนวิลล์ลงเล่นแทนในตำแหน่งของเขา ก่อนที่เขาจะกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงในนัดชิงชนะเลิศ UEFA Champions League ที่คัมป์ นู ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะเหนือบาเยิร์น มิวนิก
นี่คือเหตุผลที่รายการถ้วยเอฟเอ คัพในสถิติของเออร์วินระบุไว้เพียง 2 สมัย คือปี 1994 และ 1996 ทั้งที่เขาอยู่กับทีมตลอดฤดูกาลเทรเบิลแชมป์ เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่บอกเล่าความโหดร้ายของฟุตบอลได้ดี นักเตะที่ทุ่มเทให้สโมสรมากที่สุดคนหนึ่ง กลับพลาดค่ำคืนสำคัญที่สุดค่ำคืนหนึ่งไปด้วยใบเหลืองใบเดียว

สถิติที่ตัวเลขไม่เคยโกหก
- ลงสนามรวมทุกรายการ: 529 นัด ทำได้ 33 ประตู ติดกลุ่มผู้เล่นที่ลงสนามให้สโมสรมากที่สุดตลอดกาล
- พรีเมียร์ลีก: 296 นัด และหากนับเกมลีกทั้งหมดรวมยุคดิวิชั่น 1 คือ 368 นัด 22 ประตู
- แชมป์พรีเมียร์ลีก 7 สมัย: 1992/93, 1993/94, 1995/96, 1996/97, 1998/99, 1999/2000 และ 2000/01
- ถ้วยอื่น: เอฟเอ คัพ 2 สมัย, ลีก คัพ 1 สมัย, UEFA Champions League 1 สมัย, คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย, ยูโรเปียน ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย และอินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ 1 สมัย
- ทีมชาติไอร์แลนด์: 56 นัด 4 ประตู รวมถึงการลงเล่นในฟุตบอลโลก 1994
- เกียรติยศหลังแขวนสตั๊ด: ได้รับเทสติโมเนียลแมตช์ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดเมื่อ 16 สิงหาคม 2000 และถูกบรรจุเข้าหอเกียรติยศฟุตบอลอังกฤษในปี 2016
จุดที่น่าทึ่งที่สุดคือแชมป์ลีกทั้ง 7 สมัยของเขาเกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 9 ฤดูกาล ระหว่าง 1992/93 ถึง 2000/01 หมายความว่าตลอดช่วงที่เขาเป็นตัวหลัก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดพลาดแชมป์ลีกไปเพียง 2 ครั้งเท่านั้น
มุมมอง MUFCHUBS
ในมุมมองของ MUFCHUBS เดนิส เออร์วินคือกรณีศึกษาที่ดีที่สุดว่าทีมที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้สร้างจากซูเปอร์สตาร์เพียงอย่างเดียว ยุคทองของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีคันโตนาไว้สร้างเวทมนตร์ มีคีนไว้สร้างความดุดัน มีกิ๊กส์ไว้สร้างความตื่นเต้น แต่คนที่ทำให้ทุกอย่างตั้งอยู่ได้คือแบ็กเงียบ ๆ ที่ทำหน้าที่ตัวเองได้ระดับ 8 เต็ม 10 ทุกสัปดาห์เป็นเวลา 12 ปี
ถ้าเทียบกับปัญหาตำแหน่งแบ็กของแมนยูในช่วงหลายปีหลัง ที่สโมสรทุ่มเงินหลายสิบล้านปอนด์แต่ยังหาความสม่ำเสมอไม่เจอ ยิ่งทำให้เห็นว่าสิ่งที่เออร์วินให้กับทีมด้วยค่าตัว 650,000 ปอนด์นั้นมีค่ามากแค่ไหน นักเตะแบบนี้ไม่ได้หาซื้อได้ด้วยเงิน และไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ
สรุป เดนิส เออร์วิน ตำนานที่ถูกพูดถึงน้อยเกินไป
เดนิส เออร์วินอาจไม่ใช่ชื่อแรกที่แฟนผีนึกถึงเวลาพูดถึงตำนานโอลด์แทรฟฟอร์ด แต่เมื่อวางสถิติทั้งหมดลงบนโต๊ะ ทั้ง 529 นัด แชมป์ลีก 7 สมัย ค่าตัวเพียง 650,000 ปอนด์ และคำชมจากเฟอร์กูสันที่ยกให้เป็นดีลที่คุ้มที่สุด ก็ยากที่จะเถียงว่าเขาไม่ใช่หนึ่งในนักเตะที่คุ้มค่าที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร
เขาอำลาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปี 2002 ไปค้าแข้งต่อกับวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส และแขวนสตั๊ดในปี 2004 ทิ้งไว้เพียงภาพจำของแบ็กที่ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง และคือคำนิยามที่แท้จริงของคำว่านักเตะมืออาชีพ
อ่านต่อ: ตำนานลูกหนังแมนยู | FB : MUFC
