แมนยูบุกอัดไบรท์ตัน ปิดฉากพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025/26 ได้อย่างสวยงาม หลังบุกชนะ ไบรท์ตัน 3-0 ที่เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม พร้อมส่ง ไมเคิล แคร์ริค ประเดิมเกมแรกในฐานะเฮดโค้ชถาวรด้วยชัยชนะ และที่สำคัญคือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำสถิติแอสซิสต์สูงสุดต่อหนึ่งฤดูกาลพรีเมียร์ลีกแบบเดี่ยวได้สำเร็จ
เกมนี้ แมนยู ออกตัวนิ่ง ๆ ก่อนเร่งเครื่องช่วงท้ายครึ่งแรกจากความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย แล้วมาตอกฝาโลงตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง ทำให้รูปเกมที่เคยดูสูสีในเรื่องการครองบอล กลายเป็นชัยชนะที่ชัดเจนของทีมเยือนในเรื่องคุณภาพโอกาสทำประตู
สามประตูคุณภาพ และเกมรุกที่ไหลลื่น
ประตูแรกมาในนาที 33 จากลูกเตะมุมของ บรูโน่ ที่เปิดเข้าหัว แพทริค ดอร์กู โขกเต็ม ๆ ส่งแมนยูขึ้นนำ 1-0 ก่อนหมดครึ่งแรก ไบรอัน เอ็มเบอโม่ บวกสกอร์เพิ่มเป็น 2-0 ในนาที 44 จากจังหวะที่ อาหมัด ดิยัลโล่ จ่ายทะลุช่องให้จบแบบเยือกเย็น
แค่เริ่มครึ่งหลังไม่กี่นาที แมนยูก็ได้ประตู 3-0 จาก บรูโน่ แฟร์นันด์ส นาที 48 โดยดอร์กูเป็นคนแอสซิสต์ จังหวะนี้มีการเช็ก VAR ก่อนยืนยันให้เป็นประตู และทำให้เกมขาดอย่างแท้จริงตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลัง
นอกจากผลการแข่งขัน สิ่งที่น่าพูดถึงคือโครงเกมรุกของ แมนยู ที่เล่นเป็นระบบมากขึ้น การเชื่อมระหว่างแนวรุก 3 คนหลังหน้าเป้าไหลลื่น และการขึ้นเกมริมเส้นซ้ายของดอร์กูมีผลต่อเกมชัดเจน

บรูโน่ทุบสถิติแอสซิสต์พรีเมียร์ลีก
จังหวะเปิดเตะมุมให้ดอร์กูโหม่งในครึ่งแรก คือแอสซิสต์ที่ทำให้ บรูโน่ ขึ้นไปยืนคนเดียวในฐานะผู้เล่นที่ทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกต่อหนึ่งฤดูกาล ถือเป็นอีกหมุดสำคัญของกัปตันแมนยูที่ฤดูกาลนี้แบกทีมอย่างต่อเนื่อง
เกมนี้เขาไม่ใช่แค่คนสร้าง แต่ยังยิงเองได้อีก 1 ประตู ทำให้บทบาทของบรูโน่ครบทุกมิติ ทั้งคุมจังหวะ, ปั้นเกม และปิดบัญชี ยิ่งตอกย้ำว่าทำไมเขาถึงเป็นแกนหลักของทีมชุดนี้แบบไม่มีข้อโต้แย้ง
แคร์ริคปิดงานเนียน เกมรับเก็บคลีนชีต
แม้ไบรท์ตันครองบอลได้พอสมควร แต่ แมนยู จัดระยะเกมรับได้ดี ไม่เปิดพื้นที่อันตรายหน้ากรอบเขตโทษมากนัก และเมื่อมีโอกาสโต้กลับก็จบได้คมกว่าอย่างเห็นได้ชัด
แผงหลังอย่าง แม็กไกวร์ กับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ อ่านเกมลูกกลางอากาศได้ดี ขณะที่ ลุค ชอว์ และ มาซราอุย คุมริมเส้นได้มีวินัย ส่วนแดนกลาง เมนู กับ เมาท์ ช่วยกันไล่บีบจนไบรท์ตันต่อเกมในพื้นที่สำคัญได้ไม่ถนัดนัก
ช่วงท้ายเกม แคร์ริคปรับทีมเพื่อบริหารพลังงานและให้โอกาสนักเตะหมุนเวียน โดยส่ง เชีย เลซีย์, เลนี่ โยโร่, ไทเลอร์ เฟล็ตเชอร์, โยชัว เซิร์กซี และ ไทเรลล์ มาลาเซีย ลงมาเก็บนาที ซึ่งเป็นภาพรวมที่ทั้งได้ผลการแข่งขันและดูแลสภาพทีมไปพร้อมกัน

ให้คะแนนนักเตะแมนยู (ทีมงาน MUFCHUBS)
- เซนเน่ ลัมเมนส์ 7.5/10: จังหวะรับผิดพลาดน้อย ออกมาตัดบอลมั่นใจ และช่วยทีมเก็บคลีนชีต
- นูสแซร์ มาซราอุย 7/10: เกมรับแน่น เติมเกมพอดี ไม่หลุดตำแหน่งง่าย
- แฮร์รี่ แม็กไกวร์ 7.5/10: คุมลูกโด่งดี อ่านเกมข้างหน้าเด็ดขาด มีจังหวะขึ้นมาลุ้นทำประตูด้วย
- ลิซานโดร มาร์ติเนซ 7/10: คุมโซนซ้ายของเซ็นเตอร์ได้ดี จ่ายบอลขึ้นเกมมีคุณภาพ
- ลุค ชอว์ 7/10: ประสบการณ์ช่วยทีมเยอะ เกมรับนิ่งและคุมพื้นที่ดี
- เมสัน เมาท์ 7/10: วิ่งเชื่อมเกมต่อเนื่อง มีส่วนร่วมกับประตูที่สองจากการเล่นชิ่งเร็ว
- ค็อบบี้ เมนู 7/10: ไล่บีบและครองบอลกลางสนามได้ดี เติมพลังให้แดนกลางตลอด
- อาหมัด ดิยัลโล่ 8/10: แอสซิสต์ให้เอ็มเบอโม่และสร้างปัญหาให้เกมรับไบรท์ตันทั้งเกม
- บรูโน่ แฟร์นันด์ส 9/10: 1 ประตู 1 แอสซิสต์ ทำลายสถิติแอสซิสต์พรีเมียร์ลีก คุมเกมรุกได้ทั้งหมด
- แพทริค ดอร์กู 8.5/10: ยิง 1 จ่าย 1 เกมริมเส้นซ้ายอันตรายมาก และมีจังหวะลุ้นเพิ่มอีกลูก
- ไบรอัน เอ็มเบอโม่ 8/10: จบสกอร์คมในประตูสำคัญก่อนพักครึ่ง เคลื่อนที่ฉลาด
ตัวสำรอง
- เชีย เลซีย์ 7/10: ลงมาแล้วมีความกล้าเล่น กล้าเลี้ยง และช่วยให้เกมรุกไม่ดร็อป
- โยชัว เซิร์กซี 6.5/10: มีส่วนกับการพักบอลและเชื่อมจังหวะช่วงท้าย
- ไทเลอร์ เฟล็ตเชอร์ 6.5/10: ได้นาทีสำคัญและเล่นตามแท็กติกได้เรียบร้อย
- เลนี่ โยโร่ 6.5/10: ลงมาปิดเกมรับได้ดี
- ไทเรลล์ มาลาเซีย 6.5/10: เติมสดช่วงท้ายและช่วยคุมฝั่งซ้าย
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ แมนยู จบฤดูกาลด้วยโมเมนตัมที่ดีมาก ก่อนเดินหน้าวางแผนฤดูกาลใหม่ในฐานะทีมที่กลับไปเล่น Champions League และมีแนวทางทีมชัดเจนขึ้นภายใต้แคร์ริค
หากรักษาความนิ่งเกมรับและความคมแบบนี้ต่อได้ พร้อมเสริมความลึกขุมกำลังเพิ่มอีกนิด ทีมชุดนี้มีสิทธิ์ยกระดับจาก “ทีมคืนชีพ” ไปเป็น “ทีมลุ้นแชมป์” ได้จริงในปีหน้า
FB : MUFC
อ่านข่าวเพิ่มเติม www.mufchubs.com
